“บริษัทนครชัยทัวร์” เตรียมลดเที่ยววิ่งรถโดยสารลง 30% หลังได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายหนัก หลายรายต้องขอลดเที่ยววิ่งรถแทน เพื่อลดภาระต้นทุนลง ล่าสุด “ชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์” ย้ำสวนทางรัฐบาลอยากให้รถโดยสารมีการพัฒนามีคุณภาพ ทั้งบริการและตัวรถยนต์ แต่กลับกันถ้าผู้ประกอบการมีผลกำไรน้อย หรือขาดทุน แล้วจะมีเงินที่ไหนมาใช้พัฒนารถโดยสาร

ภายหลังจากที่ นางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร ได้เดินทางไปเข้ายื่นหนังสือ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสารอีก 10 สตางค์ต่อกิโลเมตร หลังจากที่น้ำมันดีเซลปรับราคาขึ้นมาอยู่ที่ 29.79 บาทต่อลิตร เนื่องจากขณะนี้โครงสร้างค่าโดยสารที่จัดเก็บในปัจจุบัน ค่าน้ำมันอยู่ที่ 19.69 บาทต่อลิตร ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2559 ทำให้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรถโดยสารทั่วประเทศ ซึ่งต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

- sponsor -

ดังนั้นหากไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารตามคำเรียกร้อง ก็อาจจะต้องใช้มาตรการลดเที่ยววิ่งรถลง เช่น เส้นทางกรุงเทพ-โคราช ที่วิ่งให้บริการ 300 เที่ยว อาจจะปรับลดเหลือ 200 เที่ยว เพื่อลดต้นทุน แต่ล่าสุดทางกระทรวงคมนาคมยังไม่อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร โดยให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ทั้งหมด ภายใน 2 เดือนนี้

ล่าสุดวันที่ 23 พ.ค.61 นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการผู้จัดการบริษัทนครชัย21 จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการบริษัทนครชัยทัวร์ จำกัด ผู้ประกอบการรถโดยสารรายใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า “สำหรับเครือบริษัทนครชัย ซึ่งประกอบไปด้วย บริษัทนครชัยทัวร์ และบริษัทนครชัย21 ปัจจุบันมีรถโดยสารวิ่งให้บริการอยู่จำนวน 130 คัน โดยมีทั้งที่วิ่งระหว่างจังหวัด และวิ่งระหว่างกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเติมรถยนต์ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 500,000 ลิตร”

“โดยปัจจุบันจัดเก็บค่าโดยสารตามโครงสร้างราคาน้ำมันตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งขณะนั้นราคาน้ำมันอยู่ที่ลิตรละ 19.69 บาท หลังจากนั้นเป็นต้นมาถึงปัจจุบันนี้ ผ่านมากว่า 2 ปี ราคาน้ำมันได้พุ่งทะลุ 30 บาทแล้ว แต่ยังไม่เคยได้ปรับขึ้นค่าโดยสารแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่ค่าน้ำมัน ค่าแรงขั้นต่ำ และค่าครองชีพก็เพิ่มสูงขึ้นมากแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็ต้องมองในข้อเท็จจริงกับประชาชนส่วนนี้ด้วย”

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า “เพราะไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะพูดว่าพอน้ำมันขึ้น ก็จะขอขึ้นราคาค่าโดยสารด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงควรจะขึ้นราคาค่าโดยสารมานานแล้ว ทั้งนี้หากไม่มีการปรับขึ้นค่าโดยสารให้สมเหตุสมผล ก็จะทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายหนักมาก ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องขอลดเที่ยววิ่งรถแทน เพื่อลดภาระต้นทุนลง”

“โดยขณะนี้มีหลายบริษัทก็เริ่มทำหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอลดเที่ยววิ่งลงแล้ว ส่วนทางบริษัทนครชัยฯ ก็เช่นกันได้ทำหนังสือยื่นต่อกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอลดเที่ยววิ่งลงถึง 30 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทไม่เคยทำมาก่อน และคาดว่าจะมีผลนำมาใช้เร็วๆนี้”

นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า “ตนอยากฝากถึงรัฐบาลว่า ปัจจุบันนี้รัฐบาลเรียกร้องมาโดยตลอดว่า ต้องการให้รถโดยสารมีการพัฒนาในระดับที่ดีและมีคุณภาพ ทั้งบริการและตัวรถยนต์ แต่ในทางกลับกันถ้าผู้ประกอบการมีผลกำไรน้อย หรือประสบกับปัญหาขาดทุน แล้วจะมีเงินที่ไหนมาใช้พัฒนารถโดยสาร”

“ซึ่งปัจจุบันนี้ถ้าลงมาดูสภาพของรถโดยสารในต่างจังหวัด แทบทุกที่จะพัฒนาถอยหลัง อย่าว่าแต่หาเงินมาซื้อรถโดยสารใหม่เลย แม้แต่เงินค่าใช้จ่ายแต่ละวันก็ยังไม่พอ ดังนั้นการปรับค่าโดยสารขึ้นหรือลง ควรที่จะให้สมเหตุสมผล อีกทั้งรัฐบาลก็ต้องไปพูดคุยกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ให้มีการปรับลดภาษีการนำเข้ารถโดยสาร เพื่อให้ผู้ประกอบการมีกำลังในการซื้อรถคันใหม่มาให้บริการกับประชาชน อันจะส่งผลให้การพัฒนารถโดยสารเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคต” นายชัยวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย