ฮือฮา! นักโบราณคดีโคราช ขุดโบราณสถาน “ปราสาทบ้านบุใหญ่” อำเภอสูงเนิน พบ “ทับหลังศิลปะเขมร” แบบบาปวน-นครวัด อายุกว่า 1,000 ปี สภาพค่อนข้างสมบูรณ์แต่การแกะสลักยังไม่แล้วเสร็จ เร่งผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมต่อไป

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 66 นายรักชาติ กิริวัฒนศักดิ์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินโครงการขุดแต่งโบราณสถานปราสาทบ้านบุใหญ่ ตามสัญญาที่ 128/2566 พื้นที่หลังโรงเรียนบ้านบุใหญ่ หมู่ 7 ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พบนายเชต สุขปราการ นักโบราณคดีและทีมงานผู้รับเหมาของสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา กว่า 10 คน กำลังใช้เครื่องมืออุปกรณ์ขุดสกัดชั้นดินและชั้นหินทีละก้อนอย่างประณีต

จากนั้นใช้รถเครนยกก้อนหินทรายที่เป็นโครงสร้างปราสาทนำออกมาจัดเรียงไว้ด้านนอก เพื่อความสะดวกในการจำแนกและวิเคราะห์ตามหลักวิชาการ ทั้งนี้นายรักชาติ ได้ให้ความสนใจการขุดพบทับหลังเหนือกรอบประตูรูปสิงห์ถือพวงมาลัย บริเวณด้านทิศใต้ของตัวปราสาท ลักษณะรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้า สภาพค่อนข้างสมบูรณ์แต่การแกะสลักยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งสังเกตจากลายแกะที่ปรากฏไม่ครบองค์ประกอบและร่องลวดลายตื้นเขินคล้ายกับอยู่ระหว่างขั้นตอนการเก็บรายละเอียด

นายเชต นักโบราณคดี รับผิดชอบโครงการ เปิดเผยว่า “ปราสาทบ้านบุใหญ่ มีพื้นที่ 1 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา สภาพทั่วไปเป็นเนินเล็กๆ มีก้อนหินทรายพังทลายกระจัดกระจายตามบริเวณโดยรอบไม่เหลือรูปทรงของอาคารสถาปัตยกรรม สันนิษฐานจากหลักฐานคาดเป็นศาสนสถานในวัฒนธรรมเขมรโบราณ สิ่งก่อสร้างศิลปะเขมรแบบบาปวน-นครวัด โครงสร้างใช้หินทรายบริเวณแหล่งหินตัด อ.สีคิ้ว ซึ่งเป็นแหล่งเดียวกันกับปราสาทหินพิมายเป็นวัสดุหลัก ส่วนใหญ่เป็นหินทรายสีขาว”

“พบทั้งก้อนเรียบและส่วนที่มีการแกะสลักลวดลายตกแต่ง องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมบางชิ้น เช่น ชิ้นส่วนฐานบัว กรอบเสาประตู ชิ้นส่วนทับหลังเหนือกรอบประตู ชิ้นส่วนบัวยอดปราสาท ชิ้นส่วนกรอบหน้าบัน ชิ้นส่วนนาคประดับมุมและชิ้นส่วนฐานรองประติมากรรมรูปเคารพกำหนดอายุเก่าแก่ประมาณ 1 พันปี เทียบเคียงปราสาทเมืองต่ำ จ.บุรีรัมย์ อยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 16-18 และก่อนหน้านี้ขุดพบศิวลึงค์ความยาว 30 เซนติเมตร สภาพสมบูรณ์โดยนำไปเก็บรักษาที่สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา อ.พิมาย”

ด้านนายรักชาติ ประธานสภา อบจ.นครราชสีมา กล่าวว่า “อบจ. ได้รับแจ้งจากนายเชต ได้ขุดพบทับหลังเหนือกรอบประตู ทำให้ชาวสูงเนินตื่นเต้น ดีใจ เนื่องจากมีสมบัติของชาติเพิ่มมาอีกชิ้น ทำให้ปราสาททรงคุณค่ายิ่งขึ้น ถือเป็นความโชคดีที่ค้นพบของดีและมีสภาพสมบูรณ์ ตนได้รายงานให้นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา รับทราบ ลำดับอยู่ระหว่างจัดสรรงบประมาณท้องถิ่นเข้ามาดูแลอย่างเป็นขั้นเป็นตอน นำไปสู่การพิจารณาในการสนับสนุนให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมต่อไป”