อาจารย์หมอที่ รพ.มสท. โพสต์ชื่นชมหมอ รพ.เสิงสาง วินิจฉัยโรคได้แม่นยำ  จึงทำให้คนไข้ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จนสามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ทัน โลกออนไลน์แห่ชื่นชม! “คุณหมออภิสรา” รพ.เสิงสาง โคราช ไม่มองข้ามอาการผู้ป่วยไอหอบ ธรรมดาไม่มีไข้ แต่ใส่ใจวินิจฉัยผู้ป่วยจนพบอาการน้ำท่วมเยื่อหัวใจ สามารถส่งต่อผ่าตัดช่วยชีวิตได้ทัน ผู้ป่วยอาการปลอดภัย อาจารย์หมอ ชื่นชม“เก่งมาก”ปรบมือให้ในความใส่ใจและตัดสินใจวินิจฉัยโรคได้แม่นยำ ชี้เป็นเคสตัวอย่างยอดเยี่ยมของการไม่ยึดติดกับดักการวินิจฉัยเดิมเพื่อแยกโรค

กรณีดังกล่าว อ. นพ.นริศเรศ แก้วบุญเลิศ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์ทรวงอก โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (รพ.มทส.) และหัวหน้าสถานวิจัย สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ได้เผยแพร่เรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก “Naritsaret Kaewboonlert” ได้ออกมาโพสต์ชื่นชมคุณหมอของโรงพยาบาลเสิงสาง ที่สามารถวินิจฉัยโรคได้แม่นยำก่อนที่จะส่งตัวมารักษาที่ รพ.เทคโนโลยีสุรนารี จึงทำให้คนไข้ดังกล่าวนั้นได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจนสามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า วันนี้ผมมีโอกาสได้รับเคสส่งต่อจาก รพ.เสิงสาง เป็นเคสที่ทำให้ผมรู้สึกชื่นชมในกระบวนการคิดวิเคราะห์ของน้องแพทย์เวรที่ประเมินผู้ป่วยตั้งแต่แรกรับมากครับ ประวัติผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 80 ปี เพิ่ง last admit ไปเมื่อ 1 สัปดาห์ก่อนด้วยเรื่อง Acute bronchitis วันนี้กลับมาที่ห้องฉุกเฉินด้วยอาการสำคัญคือ ไอ หอบเหนื่อย แต่ไม่มีไข้ ตรวจร่างกายพบ Desaturation (SaO2 85-90% Room air) และที่สำคัญคือฟังเสียงปอดได้ Lung clearในสถานการณ์หน้างานที่รีบเร่ง คนหน้างานอาจจะต้องเจอกับดักทางความคิดแบบ Anchoring Bias มาลวงให้เรายึดติดกับการวินิจฉัยเดิมได้ง่ายๆ

หากมองแค่ประวัติเก่าและอาการไอหอบ ผู้ป่วยอาจถูกจับ admit สั่งพ่นยาขยายหลอดลมแล้วไปสังเกตอาการต่อบนวอร์ด ซึ่งหากการรักษาผิดทางหรือด่วนสรุปเร็วเกินไปในเคสนี้ผู้ป่วยอาจจะ cardiac arrest และไม่รอดชีวิตแต่น้องแพทย์เวรท่านนี้ไม่ตกหลุมพรางนั้นครับ

เมื่อเห็นข้อมูลที่ขัดแย้งกัน (หอบเหนื่อย ออกซิเจนตก แต่ปอดเคลียร์ ไม่มีไข้) จากภาพ CXR พบภาวะหัวใจโต (ถ้าด่วนสรุปว่าเป็น hypertension มือใหม่อาจไม่ติดใจอะไร) และ ECG มี Generalized low voltage จึงตัดสินใจทำ Bedside U/S พบความผิดปกติที่เป็นสาเหตุที่แท้จริงดังรูป (สามารถรายงานผลตรวจที่จำเป็นในการแยกโรคมาได้อย่างถูกต้อง) การตรวจพบและรายงานผล Echo ที่ตรงจุดนี้ นำไปสู่การตัดสินใจติดต่อ refer มายัง รพ.มทส. ทำให้ผู้ป่วยถูกส่งตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำการรักษาช่วยชีวิตได้ทันที

เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการไม่ยึดติดกับดักการวินิจฉัยเดิมเพื่อแยกโรค ขอปรบมือให้กับความใส่ใจและการตัดสินใจของ คุณหมออภิสรา โภคภิรมย์ รพ.เสิงสาง (ดูชื่อจากใบ refer) เก่งมากครับ

โดยภายหลังโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมในตัวคุณหมอท่านนี้กันเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง รพ.เสิงสาง พบกับ แพทย์หญิงอภิสรา โภคภิรมย์ เป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลเสิงสางได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า “วันนั้นตนเป็นแพทย์ประจำเวรห้องฉุกเฉิน มีผู้ป่วยหญิงอายุประมาณ 80 ปีมาด้วยอาการเต้านมบวมแล้วต้องการมาตรวจเพิ่มเติม จากการประเมินเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พยาบาลหน้าห้องตรวจพบว่า มีออกซิเจนในเลือดต่ำ มีอาการไอ หอบ เหนื่อย แต่ไม่มีไข้ จึงได้แจ้งหมอว่า น่าจะมีอาการอื่นมากกว่าอาการเต้านมบวม”

“ทางหมอจึงได้สั่งให้ เจ้าหน้าที่ช่วยทำ อัลตร้าซาวด์ เพราะคิดว่าน่าจะมีอาการทางหัวใจมากกว่าอาการทางปอด จนนำไปสู่การวินิจฉัยพบว่ามีน้ำท่วมเยื่อหัวใจอยู่ และได้ทำการสั่งให้ส่งตัวผู้ป่วยนี้ไปทำการผ่าตัดฉุกเฉิน ที่โรงพยาบาลในตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมา จนสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้ ได้สำเร็จ ซึ่งการที่เราสามารถวินิจฉัยผู้ป่วยได้ดีนั้นไม่ใช่เกิดจากหมอคนเดียวเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงเจ้าหน้าที่คัดกรองที่มีการรับผู้ป่วยเข้ามาสามารถตรวจหาอาการ เบื้องต้นพบว่าเป็นสภาวะฉุกเฉิน จนนำไปสู่การวินิจฉัยสำเร็จ”

แพทย์หญิงอภิสรา กล่าวอีกว่า “หากผู้ป่วย ไม่ได้เจอหมอซึ่งเป็นตัวเองในวันนั้น แต่บุคลากรทางการแพทย์ของที่โรงพยาบาลเสิงสางแห่งนี้ก็ ทำตามมาตรฐานวิชาชีพเดียวกันอยู่แล้ว ทั้งหมอและพยาบาลรวมไปถึงบุคลากรท่านอื่นๆ ตามกระบวนการการรักษา โดยมุ้งเน้นในเรื่องของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ซึ่งโรงพยาบาลเสิงสางนั้นมีแพทย์ประจำทั้งหมด 10 คน เป็นโรงพยาบาลระดับ S มีทั้งหมด 60 เตียง จำนวนผู้ป่วยนอกที่เข้ามารับบริการในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 300-400 คนต่อวัน”

สุดท้ายนี้คุณหมอได้ฝากถึงผู้สูงอายุ หากอยู่ที่บ้านมีอาการเหนื่อยหอบให้รีบมาพบแพทย์ ซึ่งอาจจะไม่ใช่เพียงอาการเหนื่อยจากการเดินเท่านั้น อาจจะมีในเรื่องของอาการโรคปอดและโรคหัวใจแทรกอยู่ และเจ้าหน้าที่ทุกคนยินดีและพร้อมที่จะคอยดูแลผู้ป่วยทุกคน