ปรบมือดังๆ ที่สุดองค์กรภาคเอกชนเมืองโคราช “หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา” คว้า 2 รางวัล แห่งความภาคภูมิใจ “ไพจิตร มานะศิลป์” ปธ.หอการค้าโคราช ลั่นมีภารกิจในการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจของเมืองและจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็น “เมืองแห่งโอกาส” ที่พร้อมรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และเมกะโปรเจ็กต์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ในงานประชุมใหญ่หอการค้าภาค 5 ภาค ประจำปี 2569 ณ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9 กรุงเทพมหานคร นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย คณะกรรมการหอการค้าฯ เข้ารับรางวัลหอการค้ายอดเยี่ยม ประจำปี 2568 และ รับรางวัลรณรงค์เพิ่มสมาชิก ปี 2568

นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้าโคราช กล่าวว่า “ขอขอบคุณคณะกรรมการหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ผู้อำนวยการหอการค้า เจ้าหน้าที่ และสมาชิกทุกท่าน ที่ได้ร่วมแรง ร่วมใจ และทุ่มเททำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา เพื่อขับเคลื่อนจังหวัดนครราชสีมาของเราให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน รวมถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลจังหวัดนครราชสีมา หน่วยงานราชการต่างๆ รวมถึงทั้ง 5 มหาวิทยาลัยในโคราช และ องค์กรภาคเอกชน กกร. สมาคมทุกสมาคม ที่ให้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนต่อการค้ามาด้วยดีตลอด”

“ความร่วมมือ ความเสียสละ และความมุ่งมั่นของทุกท่าน ได้นำมาซึ่งความภาคภูมิใจร่วมกัน ด้วยการได้รับ “รางวัลหอการค้ายอดเยี่ยม ประจำปี 2568” และ “รางวัลรณรงค์เพิ่มสมาชิกอันดับ1 ประจำปี 2568” ซึ่งถือเป็นเกียรติยศอันทรงคุณค่าและเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังของการทำงานเป็นทีมที่แข็งแกร่ง”
“อย่างไรก็ตาม รางวัลที่ได้รับในวันนี้ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญที่รออยู่ข้างหน้า เรายังคงมีภารกิจในการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจของเมืองและจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็น “เมืองแห่งโอกาส” ที่พร้อมรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ การลงทุน และเมกะโปรเจ็กต์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”


นายไพจิตร กล่าวอีกว่า “เราต้องร่วมกันเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าภาพ “มหกรรมพืชสวนโลก ปี 2572” ให้สมศักดิ์ศรีของเมืองโคราช และสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและภาคธุรกิจของจังหวัด เราต้องเดินหน้าผลักดันโคราชสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและ Data Center ของภูมิภาค ด้วยศักยภาพด้านพลังงานสะอาดที่มีอยู่กว่า 1,600 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการดึงดูดการลงทุนแห่งอนาคต”


“และเรายังคงต้องร่วมกันผลักดันโครงการผันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์สู่เขื่อนลำตะคอง ซึ่งแม้จะได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังต้องเร่งผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำ รองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และคุณภาพชีวิตของชาวโคราชในระยะยาว”
“ตนเชื่อมั่นว่า ด้วยพลังแห่งความร่วมมือ วิสัยทัศน์ และหัวใจที่มุ่งมั่นของคณะกรรมการและทีมงานทุกคน เราจะสามารถขับเคลื่อนนครราชสีมาให้ก้าวสู่การเป็นมหานครแห่งโอกาส ศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นเมืองแห่งอนาคตที่คนรุ่นต่อไปภาคภูมิใจ” ปธ.หอการค้าโคราช กล่าวทิ้งท้าย









